บัตรเครดิต สินเชื่อ

ยูเครดิต : ศูนย์บริการ บัตรเครดิต สินเชื่อ เงินกู้ โอนหนี้ ทุกธนาคาร

ศูนย์กลาง บัตรเครดิต สินเชื่อสมัคร บัตรเครดิตสมัคร สินเชื่อ สินเชื่อบุคคลสมัคร บัตรกดเงิน วงเงินสำรองสมัคร โอนหนี้ บัตรเครดิตติดต่อทีมงาน บัตรเครดิต สินเชื่อ
บริการ สมัครบัตรเครดิต
บัตรไหนที่เหมาะกับคุณ
ติดตามผลการสมัคร
บัตรเครดิต
สินเชื่อบุคคล
สินเชื่อเพื่อคนมีรถ
วงเงินสำรอง
โอนหนี้บัตรเครดิต
ธนาคารนครหลวงไทย
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
ธนาคารกสิกรไทย
ธนาคารกรุงไทย
CTB
เอชเอสบีซี
สแตนดาร์ดชาร์ดเตอร์ฯ
จีอี แคปปิตอล
ธนาคารทหารไทย
อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส
สมัคร Web Partner
Web Partner Login
ลืม Username
รับสมัคร พนง. Parttime
Parttime Login
ลืมรหัสผ่าน
เอกสารการสมัครฯ
ข้อแนะนำการใช้บัตรฯ
ข่าวเกี่ยวกับบัตรฯ
คำถามมีคำตอบ
ข้อมูลเปรียบเทียบบัตรฯ
แนะนำวีซ่า
แนะนำมาสเตอร์การ์ด
 
บริการแจ้งข่าวสารข้อมูล
และโปรโมชั่นพิเศษๆ
สมัครจดหมายข่าว
ยกเลิก



ได้รับหมายศาล จะทำอย่างไร?

หมายศาลจะถูกส่งไปตามเลขหมายของทะเบียนบ้าน โดยไปรษณีย์จะเป็นคนส่งให้คุณ โดยจะนำไปไว้ในกล่องจดหมายหรือเสียบไว้ที่ประตูบ้าน ไม่ต้องตกใจ หรือเอาไปทิ้งแล้วอ้างว่าไม่ได้รับหมายศาลเด็ดขาด

สิ่งที่คุณควรจะทำก็คือ

  • ให้ตรวจสอบรายละเอียดของหมายศาลว่าจะฟ้องที่ศาลไหน กำหนดวันขึ้นศาลเมื่อไร?
  • ตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับยอดหนี้ของคุณที่ทางเจ้าหนี้ยื่นฟ้องว่าเป็นมูลหนี้เท่าไหร่ เงินต้นเท่าไร ยอดฟ้อง+ดอกเบี้ยเป็นเงินกี่บาท?
  • ตรวจสอบดูว่าทางเจ้าหนี้ฟ้องเกินอายุความหรือไม่ นั่นคือบัตรเครดิตอายุความ 2 ปี สินเชื่อ 5 ปี นับจากวันชำระครั้งสุดท้าย
  • พิจารณาว่าจะสู้คดีอย่างไรหรือจะต่อรองกับเจ้าหนี้อย่างไร?

กรณีบัตรเครดิต

หลังจากตรวจสอบรายละเอียดของหมายศาลแล้ว คุณต้องกำหนดจุดยืนในการชำระหนี้ตัวนี้ว่า คุณต้องการเลือกวิธีแก้ปัญหาหนี้อย่างไรดี เช่น

1). อาจจะเอาหมายศาลไปให้ทนายช่วยดูว่าก่อนก็ได้ว่าเราจะมีข้อต่อสู้อะไรได้บ้าง ในกรณีที่เราต้องการระยะเวลาในการเก็บเงิน ก็คือให้ทนายยื่นคำให้การ

2).จะไปไกล่เกลี่ยในวันที่ศาลนัดเลย โดยขอผ่อนชำระ เป็นงวด และขอให้หยุดดอกเบี้ยระหว่างชำระหนี้ ขอให้ทำบันทึกโจทก์-จำเลยที่ศาล ระบุจำนวนงวดที่ชำระ และการชำระเงินก็ต้องจ่ายเข้าบัญชีเจ้าหนี้เท่านั้น

หมายเหตุ การผ่อนชำระงวดมีตั้งแต่ 6-60 งวด ขึ้นอยู่กับยอดหนี้มากหรือน้อย และการมีการผ่อนแบบขั้นบันได คือ ค่างวดอาจจะเพิ่มขึ้นในปี 2 จนครบจำนวนงวดก็ได้

3). หากคุณต้องการให้อายัดเงินเดือน คุณมีทรัพย์สินที่เจ้าหนี้สามารถอายัดได้หรือไหม เช่น รถยนต์ บ้าน เงินในบัญชีต่างๆ ที่ฝากสะสมไว้ก็ต้องพึ่งระวัง ไม่ใช่ว่าฟ้องแล้วไม่จ่ายเจ้าหนี้เขาจะอายัดเงินเดือนอย่างเดียว

หากคุณไม่มีทรัพย์สินเจ้าหนี้ก็จะมองที่เงินเดือน การอายัดเงินเดือน ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าหนี้รายแรกที่ฟ้องเสมอไป หากเจ้าหนี้รายแรกคุณขอไกล่เกลี่ยที่ศาลตาม ข้อ 2 แล้ว มีเจ้าหนี้รายที่ 2 มาฟ้อง หากคุณไม่มีเงินชำระหนี้ คุณก็สามารถปล่อยให้เจ้าหนี้รายที่ 2 จนถึงรายสุดท้าย อายัดเงินเดือนได้เช่นกัน

อีกส่วนที่สนใจก็คือหากยอดหนี้ฟ้องเป็นจำนวน 100,000 บาทขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิตหรือสินเชื่อ แต่ถ้าเป็นสินเชื่ออย่าลืม หากยื่นคำให้การต่อสู้หนี้ยังมีโอกาสลดลงได้สูงมาก หากเป็นหนี้บัตรเครดิตถึงแม้ว่าจะได้ลดไม่มาก แต่คุณก็ยังสามารถเจรจาต่อรองจ่ายชำระในอัตราที่ต่ำกว่า เช่น สมมุติหากจะต้องโดนอายัดเงินเดือน 30 เปอร์เซ็นแล้วประมาณ 3,000 บาท ต่อเดือน คุณสามารถเจรจาขอชำระต่องวด 2,000 บาท

4). เตรียมคำให้การกับศาล นั่นก็คือการทำข้อมูลแก้ต่างตามที่เจ้าหนี้ยื่นฟ้องเรามาว่าเรานั่นเอง โดยให้ทนายยื่นคำให้การต่อสู้ในศาล เพราะคุณจะสามารถยืดระยะเวลาการชำระหนี้ออกไปอีกประมาณ 6 เดือน - 1 ปี จะได้มีระยะเวลาเก็บเงิน และกลับมาเจรจาไกล่เกลี่ยได้อีกครั้งในนัดที่ 2 ยอดหนี้จะลดลงด้วย

กรณีสินเชื่อส่วนบุคคล

เมื่อถูกฟ้องในส่วนของสินเชื่อส่วนบุคคล คุณจะต้องกำหนดจุดยืนในการชำระหนี้ตัวนี้ว่า จะเลือกวิธีแก้ปัญหา

ควรนำหมายศาลไปให้ทนายแต่งคำให้การ กรณีที่ยอดหนี้สูง เพราะสินเชื่อบุคคลจะมีค่าธรรมเนียม ดอกเบี้ย ค่าปรับ ซึ่งในทางกฎหมาย ถือว่าพวกนี้เป็นดอกเบี้ย และการผ่อนชำระงวดแรกก็ไปตัดดอกเบี้ยอย่างเดียวไม่ได้นำไปตัดเงินต้น ทำให้ลูกหนี้รู้สึกว่าเมื่อชำระหนี้ไปแล้วหนี้ยังคงค้างอยู่สูง แต่หากกรณีที่ยอดหนี้ไม่สูงนักก็ยังสามารถเลือกใช้วิธีการตามข้อ 2 จนถึงข้อ 4 แบบคดีบัตรเครดิตได้เช่นกัน

การยื่นคำให้การต่อสู้ของสินเชื่อจะต่อสู้เรื่องดอกเบี้ย เพราะอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อจะสูงและมีค่าปรับ/ค่าธรรมเนียม ซึ่งจริงแล้วกฎหมายให้ถือว่าเป็นการคิดดอกเบี้ย แต่เมื่อค่าต่างๆ รวมกันแล้วก็จะเกินว่าในสัญญาออกไป ส่วนบัตรเครดิตจริงๆว่าอัตราดอกเบี้ยส่วนใหญ่จะค่อนข้างถูกต้อง แต่เมื่อมีค่าปรับเข้ามาร่วมด้วยก็จะทำให้ดอกเบี้ยสูงๆ เกินออกไปบ้าง ฉะนั้นการยื่นคำให้การต่อสู้ก็เพื่อขอระยะในการเวลาในเก็บเงินหรือมีเวลาในการเตรียมตัวระยะหนึ่งเท่านั้น

อายุความสินเชื่อบุคคลนาน 5 ปี ส่วนใหญ่เจ้าหนี้จึงไม่ค่อยรีบฟ้อง ฉะนั้นลูกหนี้จึงควรเก็บเงินไว้ชำระหนี้ด้วย และหากชำระหนี้ไหวก็ควรชำระหนี้ยอดน้อยให้หมดก่อน หรือหากหยุดก็ควรหยุดในกรณีที่จำเป็นจริงๆ

ทั้งนี้ก็เพื่อผลประโยชน์ของตัวท่านเองในอนาคต การชำระหนี้ของแต่ละคนเป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องไตร่ตรองและเลือกวิธีชำระหนี้ด้วยตัวคุณเอง ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่ประสบอยู่ เพื่อให้ครอบครัวของคุณอยู่รอด และให้มองที่อนาคต "อย่าออกจากงานเพื่อหนีปัญหาหนี้"

4. คุณสามารถเจรจากับเจ้าหนี้ เพื่อปิดบัญชีหนี้ก่อนขึ้นศาลได้ กรณีที่คุณมีเงินก้อนที่เก็บไว้เมื่อคุณหยุดชำระหนี้ หากคุณสามารถนำเงินก้อนมาปิดได้ก็ควรทำ ในกรณีนี้เราเรียกว่า "การ HAIR CUT" แต่ก็ต้องให้เจ้าหนี้ / สนง.ออกจดหมายยืนยันการปรับลดยอดหนี้และระบุวันที่ชำระหนี้ หลังจากนั้นก็ให้แบงค์ออกหนังสือยืนยันปิดยอดหนี้ให้เป็น 0 แต่จะต้องได้รับจดหมายยืนยันการปรับลดยอดหนี้ ก่อนที่จะชำระหนี้

สำหรับอัตราส่วนลดโดยทั่วไปก็มีตั้งแต่ 20 %, 30% ,50% ถึง 60 % ของยอดหนี้เดิมที่มีดอกเบี้ยบวกไปเรียบร้อยแล้ว การชำระหนี้จะผ่อนชำระ เป็นงวด และขอให้หยุดดอกเบี้ยระหว่างชำระหนี้ ไม่มีการจ่ายเข้าบัญชี สนง.ติดตามหนี้ ควรไปจ่ายที่เคาน์เตอร์ของเจ้าหนี้โดยตรง

สิ่งสำคัญที่สุดที่ลูกหนี้ควรจะทำก็คือควรจะไปศาลในวันนัด เพราะไม่เช่นนั้น ศาลจะตัดสินคดีในวันนั้นเลย และคุณจะไม่มีโอกาสได้ต่อรองเพื่อลดหย่อนหนี้ของคุณเลย การขึ้นศาลเป็นโอกาสที่ดีที่สุดแล้ว ถึงแม้มันทำให้ “คุณกลัวและตื่นเต้นบ้าง” แต่หลังจากผ่านมันไปได้ ทุกอย่างก็โอเค แต่คุณต้องผ่านมันไปให้ได้ นั่นคือสิ่งที่คุณต้องทำ


ข้อมูลจาก ชมรมหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อนส่วนบุคคล

 

บัตรเครดิต สินเชื่อ เงินกู้ โอนหนี้

U-Credit เลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ : 0107514727112  
บัตรเครดิต สินเชื่อ ออนไลน์ เกี่ยวกับ U-Credit l นโยบายความเป็นส่วนตัว | ระเบียบการใช้เว็บไซต์ | แลกลิงก์