บัตรเครดิต สินเชื่อ
ยูเครดิต : ศูนย์บริการ บัตรเครดิต สินเชื่อ เงินกู้ โอนหนี้ ทุกธนาคาร
ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย และอีกมากมาย พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ สู่ปีที่ 6
ศูนย์กลาง บัตรเครดิต สินเชื่อสมัคร บัตรเครดิตสมัคร สินเชื่อ สินเชื่อบุคคลสมัคร บัตรกดเงิน วงเงินสำรองสมัคร โอนหนี้ บัตรเครดิตติดต่อทีมงาน บัตรเครดิต สินเชื่อ
บริการ สมัครบัตรเครดิต
บัตรไหนที่เหมาะกับคุณ
ติดตามผลการสมัคร
บัตรเครดิต
สินเชื่อบุคคล
วงเงินสำรอง
โอนหนี้บัตรเครดิต
ธนาคารนครหลวงไทย
ธนาคารกสิกรไทย
ธนาคารกรุงไทย
ธนาคารยูโอบี รัตนสิน
CTB
เอชเอสบีซี
สแตนดาร์ดชาร์ดเตอร์ฯ
เอไอจี
จีอี แคปปิตอล
ธนาคารทหารไทย
ไทยธนาคาร
TESCO
แจกซิม DTAC
สมัคร Web Partner
Web Partner Login
ลืม Username
รับสมัคร พนง. Parttime
Parttime Login
ลืมรหัสผ่าน
เอกสารการสมัครฯ
ข้อแนะนำการใช้บัตรฯ
ข่าวเกี่ยวกับบัตรฯ
คำถามมีคำตอบ
ข้อมูลเปรียบเทียบบัตรฯ
แนะนำวีซ่า
แนะนำมาสเตอร์การ์ด
 
บริการแจ้งข่าวสารข้อมูล
และโปรโมชั่นพิเศษๆ
สมัครจดหมายข่าว
ยกเลิก



การปรับโครงสร้างหนี้มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร?

ข้อดีก็คือ

ยืดระยะเวลาในการชำระหนี้ออกไป ในกรณีที่ไม่สามารถชำระได้ตามข้อสัญญาครั้งแรก และเป็นการรวมหนี้ บางแบงค์/เจ้าหนี้ อาจจะรวมมีข้อเสนอว่าจะรวมหนี้ บัตรเครดิต+สินเชื่อบุคคล มาเป็นหนี้ยอดเดียวกัน และคิดดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำกว่าเดิมเช่น อาจจะ 12 เปอร์เซ็นต่อปี

ข้อเสีย ก็คือ

1. การทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ เจ้าหนี้/แบงค์ จะยอดหนี้เดิมที่บวกดอกเบี้ย+ค่าปรับ+ค่าทวงถาม มาแล้วในช่วงที่ลูกหนี้หยุดชำระหนี้ นำมาเป็นยอดหนี้ใหม่ และทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ โดยคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 12 เปอร์เซ็นต์ต่อปี คนที่ได้ประโยชน์ก็คือเจ้าหนี้ ไม่ต้องเอาเงินมาจ่ายเพิ่ม แต่เป็นการต่อยอดหนี้ให้กับลูกหนี้ออกไปอีก

2. การทำ หนี้บัตรเครดิต+สินเชื่อ มารวมกัน กลายเป็นสัญญาฉบับใหม่ ตอนทำสัญญาก็ยังจ่ายไหว แต่พอสักระยะเกิดจ่ายไม่ไหว สัญญาฉบับใหม่หนี้ เจ้าหนี้จะใช้ในการส่งฟ้อง ซึ่งโดยการฟ้องจะไม่ใช้สัญญาเก่าของหนี้แต่ละตัว และทำให้พอถึงตอนถูกฟ้องลูกหนี้ไม่มีข้อต่อสู้ เนื่องจากเป็นสัญญาใหม่ และทำได้เพียงยื่นคำให้การต่อสู้เพื่อขอระยะเวลา และพอศาลนัดครั้งที่ 2 ก็จะต้องไกล่เกลี่ย แต่ยอดหนี้ก็ไม่สามารถลดลงได้ เนื่องจากเจ้าหนี้ทำสัญญาใหม่ดอกเบี้ยต่ำ ลูกหนี้จะหมดข้อต่อสู้

3. หนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล มีอายุความต่างกัน การคิดดอกเบี้ยก็อยู่ในอัตราที่ต่างกัน ซึ่งในปัจจุบันเราก็ทราบกันดีอยู่
หากไม่มีเงินชำระหนี้ในกรณีที่มีหนี้หลายตัว ก็ไม่ควรปรับโครงสร้างหนี้ และหากจะปรับโครงสร้างหนี้ก็ควรจะเป็นเฉพาะนี้แต่ละตัวไป แต่เนื่องจากแบงค์/เจ้าหนี้ปัจจุบันจะปล่อยทั้งบัตรเครดิตและสินเชื่อ เวลาเสนอปรับโครงสร้างหนี้ก็จะเสนอให้เห็นว่าคิดดอกเบี้ยต่ำ แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่ อยากให้เพื่อนไตร่ตรองให้ดี ใช่ "มีหนี้ต้องชำระ" แต่อย่ายอมเสียเปรียบเจ้าหนี้

4. หากมีการฟ้องแล้วไปไกล่เกลี่ยที่ศาล และมีการตกลงชำระหนี้ตามที่ตกลงกันที่ศาล และมีการบันทึก ก็ถือว่าคดีสิ้นสุดแล้ว หากไม่ชำระหนี้มีผลมาถึงการอายัดทรัพย์, อายัดเงินเดือนเร็วขึ้น อยากให้เพื่อนๆ ไตร่ตรองก่อนตกลงไกล่เกลี่ย จะต้องดูยอดหนี้ หากยอดหนี้สูง ควรยื่นคำให้การต่อสู้เพื่อจะได้ใช้ระยะเวลาในการเก็บเงิน และสุดท้ายหนี้ก็ได้ชำระเช่นกัน

 
U-Credit เลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ : 0107514727112  
บัตรเครดิต สินเชื่อ ออนไลน์ เกี่ยวกับ U-Credit l นโยบายความเป็นส่วนตัว | ระเบียบการใช้เว็บไซต์ | แลกลิงก์